counter 2,416

เฮ้อ

Cryปวดท้อง อ่ะ  โอ๊ย   อะไรเนี่ย   2 เดือนแหละ   ไดอารี่  ดีใจจัง  พึ่งนึกออก  ช่วงนี้ก็สอบไฟนอลเสร็จแล้วติวแบรนด์อย่างเดียวช่วงนี้

เฮ้อ

Cryปวดท้อง อ่ะ  โอ๊ย   อะไรเนี่ย   2 เดือนแหละ   ไดอารี่  ดีใจจัง  พึ่งนึกออก  ช่วงนี้ก็สอบไฟนอลเสร็จแล้วติวแบรนด์อย่างเดียวช่วงนี้

ใกล้วาเลนไทน์

จะสอบแล้ว อีกไม่กี่วันนี้สำหรับปลายภาค เฮ้อ นะ วาเลนไทน์ปีนี้สงสัยจะกลายเป็วันๆหนึ่งแน่อ่ะ เพราะวันนี้ก็สอบ เหอะ

เฮ้อ

Cryปวดท้อง อ่ะ  โอ๊ย   อะไรเนี่ย   2 เดือนแหละ   ไดอารี่  ดีใจจัง  พึ่งนึกออก  ช่วงนี้ก็สอบไฟนอลเสร็จแล้วติวแบรนด์อย่างเดียวช่วงนี้

ใกล้วาเลนไทน์

จะสอบแล้ว อีกไม่กี่วันนี้สำหรับปลายภาค เฮ้อ นะ วาเลนไทน์ปีนี้สงสัยจะกลายเป็วันๆหนึ่งแน่อ่ะ เพราะวันนี้ก็สอบ เหอะ

ปลื้ม

เจอ คนหน้าเหมือน เค้ก ต้องเป็นปลื้มทุกที แต่คนหล่ะคนกัน คือ รู้ว่าชื่อ J แต่ก็นะ
ต่อมา
ได้อ่านเรื่องราวของได ที่มีภาพสวยๆเกิดขึ้นน
เห็นความรักของคนคู่หนึ่งที่รักกันประทับใจเรื่องของคนอื่น
เพราะของตัวเองไม่มี
เข้าสู้ปัจจุบัน
13 นี้ก็สอบแล้ว
ก็ตื่นเต้นจัง
สอบบ่อยๆน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ตื่น สนามสอบใหญ๋ เมื่อยหว่ะ ปวดท้อง ไปหล่ะ

เฮ้อ

Cryปวดท้อง อ่ะ  โอ๊ย   อะไรเนี่ย   2 เดือนแหละ   ไดอารี่  ดีใจจัง  พึ่งนึกออก  ช่วงนี้ก็สอบไฟนอลเสร็จแล้วติวแบรนด์อย่างเดียวช่วงนี้

ใกล้วาเลนไทน์

จะสอบแล้ว อีกไม่กี่วันนี้สำหรับปลายภาค เฮ้อ นะ วาเลนไทน์ปีนี้สงสัยจะกลายเป็วันๆหนึ่งแน่อ่ะ เพราะวันนี้ก็สอบ เหอะ

ปลื้ม

เจอ คนหน้าเหมือน เค้ก ต้องเป็นปลื้มทุกที แต่คนหล่ะคนกัน คือ รู้ว่าชื่อ J แต่ก็นะ
ต่อมา
ได้อ่านเรื่องราวของได ที่มีภาพสวยๆเกิดขึ้นน
เห็นความรักของคนคู่หนึ่งที่รักกันประทับใจเรื่องของคนอื่น
เพราะของตัวเองไม่มี
เข้าสู้ปัจจุบัน
13 นี้ก็สอบแล้ว
ก็ตื่นเต้นจัง
สอบบ่อยๆน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ตื่น สนามสอบใหญ๋ เมื่อยหว่ะ ปวดท้อง ไปหล่ะ

เรื่องดี ดี มีมาแบ่งปัน

หวงและห่วง

"หวง" คือ การทำให้ตัวคุณเองมีความสุข

"ห่วง" คือ การทำให้คนที่คุณรักมีความสุข

"หวง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยกาย

"ห่วง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยใจ

"หวง" คือ การเห็นแก่ตัว

"ห่วง" คือ การเสียสละ

"หวง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของคุณ

"ห่วง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของเขา

"หวง" คือ ประโยคคำสั่ง

"ห่วง" คือ ประโยคขอร้อง

"หวง" คือ คุณรักเขาและต้องการให้เขารักคุณ

"ห่วง" คือ คุณรักเขาแต่ไม่ต้องการให้เขารักคุณ

"หวง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความทุกข์ใจ

"ห่วง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความสุขใจ

"หวง" คือ การทำสิ่งที่ไร้สาระเพื่อให้เขาต้องอยู่กับคุณ

"ห่วง" คือ การทำสิ่งมีสาระที่ไม่ต้องการให้เขาอยู่กับคุณ

"หวง" คือ การออกไปเต้นแร้งเต้นกา

"ห่วง" คือ การอยู่เฉยๆ นั่งมองเพียงเงียบๆ

"หวง" คือ การบังคับขู่เข็ญโดยเขาไม่เต็มใจ

"ห่วง" คือ การปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาพอใจ

"หวง" คือ ความรักที่จอมปลอม

"ห่วง" คือ ความรักแ ท้จริง

และ............

"หวง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขารักคุณ

"ห่วง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขาไม่รักคุณ

จาก http://tanti.exteen.com

ชีวิตเด็กม.ปลายนั้นลำบาก
แสนเหนื่อยยากกลายเป็นซากน่าสมเพช
เจอฟิสิกส์ทรมานเหมือนเป็นเอดส์ (ไม่เคยเป็นหรอก)
แสนปวดเนตรปวดพระheadปวดบาทา

คิดถึงเลขฟังก์ชั่นภาคตัดกรวย
เลขสวยสวยมอดม้วยจะตายหนา
เหลือแต่ x เหลือแต่ y ไม่มีค่า
แล้วจะหาคำตอบยังไงดี

วันนั้นสอบเคมีแสนอนาถ
เลขลงตัวประสาทอะไรนี่
หาไม่ได้ตัดไม่ได้วายชีวี
เมื่อไม่มีคาสิโอแสนปวดใจ

อนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง
จอพระพุทธฯเราก็เดี้ยงไปไหนไหน
สี่สิบข้อครึ่งชั่วโมงแสนบรรลัย
จะอยู่ทำทำไมเปลืองเวลา

ทั้งมะเร็งโรคหัวใจแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)
เบาหวานเกิดฮอร์โมนเพิ่มน่าสงสาร
โรคข้อเสื่อมความดันตามรุกราน (Rheumatic Heart Disease)
ปวดกบาลเขาก็งอกเหมือนกระบือ

เกลียดคนม่อคนหลายใจคนเจ้าชู้
ดู ดู๊ ดู อิเหนาข้อสอบอื้อ
ออกจากห้องเห็นหน้าเพื่อนเหมือนกระสือ
อีซื้อบื้อกะอีแค่สะกดคำ (หึ! กะอีแค่เหรอ!!!)

"ไอเลิฟยูจริงจริงไม่กลิ้งกรอก"
ฮิตเลอร์บอกเลนินน่าขมขำ
แต่ใจจริงจูบมุโส(ลินี)เป็นประจำ
เหมือนผีอำเก็บไปฝันกันทั้งคืน (กรี๊ด! ฮิตเลอร์เป็น...)

อังกฤษหลักอังกฤษเสริมทำเราบ้า
คะแนนสอบออกมาแดงเป็นปื้น
gerundsบ้าคำศัพท์บอทนกล้ำกลืน
สอบเสร็จยืนเหงื่อตกจะเป็นลม

Computerตอนเรียนสนุกสนาน
แต่หัวบานเจอข้อสอบเหมือนยาขม
โดนครูเหยียบครูย่ำคะแนนจม (กดคะแนนไง)
แสนระทมเจ็บใจใครช่วยที

ทั้งยีนเด่นยีนด้อยเริ่มปรากฏ
คะแนนสดชีวฯเร็วจริงนี่
ยังไม่ทานแปะประจาน อึ๋ย แหวะ ยี๊ -_-'
ทั้งชีวีแทบมลายกลายเป็นควัน

อาขยานนี้อ่านแล้วอย่าคิดมาก
อย่าถือสาคนบ้านะครับท่าน
มันคันไม้คันมืออยากแต่งกัน
ชีวิตรันทดจริงจริงเด็กม.ปลาย
คำคมจากโน้ต-อุดม
คำคมจาก โน๊ตอุดม
"ความเงียบ..."
มันอยู่ในลิฟท์ ขณะเราขึ้นไปกับคนแปลกหน้า
มันอยู่ในรถ 2 แถว หลังจากเราสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามไป 2-3 ครั้งแล้ว
มันอยู่ในโรงหนัง ก่อนหนังตัวอย่างจะมา
มันอยู่ใต้ท้องทะเล ขณะเราดำน้ำ
มันอยู่ในห้องสมุด
มันอยู่หลังเสียงแก้วแตก
มันอยู่ในห้องเรียน หลังจากครูถามว่า มีใครสงสัยอะไรมั๊ย
มันอยู่ในบ้าน ตอนเราเดินปิดไฟทีละดวง ทีละดวง ก่อนเข้านอน
มันอยู่ระหว่างคน 2 คนที่ไม่เข้าใจกัน

"ความรัก...คล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละชั้น
ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีน้ำตา
วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่เรา"

"กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ เข้าไปแรก ๆ จะรู้สึกได้กลิ่น
อยู่ในนั้นไปนาน ๆ จะเคยชิน จนลืมไปว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่ ความรักเหมือนรถเมล์
สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ
บ้างที่มาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้าย
แน่นก็ต้องขึ้น"

"ถ้าเรารักใครสักคน เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง
เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน"





18 นิยามความรักและชีวิต

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง
2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ
5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด
6. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป... แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา
7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง
8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ
9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"
10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส
12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข
14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา
16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก
17. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจากความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...
www.watpon.com


คลายเครียด 10 วิธี

1. ฟังเพลง หามุมสงบ
นั่งปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบา ๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น..เสียงน้ำตก..เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ เชียวล่ะ

2. ฉายเดี่ยวดูภาพยนตร์
ขอแนะนำให้ฉายเดี่ยวแล้วตีตั๋วดูหนังดีๆ สักรอบ เพราะการไปดูหนังเนี่ยเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้ ล่องลอยอย่างเป็นอิสระไม่จมอยู่กับปัญหา แถมระบายความอัดอั้นตันใจได้อย่างเห็นผล แต่ต้องถามตัวเองก่อนนะว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ถ้าอยากร้องไห้ก็ไปดูหนังรักเศร้าเคล้าน้ำตาแล้วก็ร้องไห้ออกมาซะให้พอ หรือถ้าเครียดจัดก็จงไปดูหนังตลกแล้วหัวเราะให้หลุดโลกไปเลย

3. โทรหาเพื่อนรู้ใจ
อย่าคิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาทุกปัญหาได้ดีไปซะหมด หัวใจสาวมั่นแม้จะแกร่งเพียงใดก็ยังต้องการที่พึ่งพิงเสมอ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสันคนแล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ เพราะการมีคนรับฟังและให้คำปรึกษา จะทำให้ชีวิตที่เอียงกะเท่เร่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า ไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลกไงล่ะ

4. เขียนไดอารี่
การเขียนไดอารี่เปรียบเสมือนการเปิดประตูอารมณ์ที่ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ได้ไหลลงสู่หน้ากระดาษอย่างเป็นอิสระและเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะการถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขื้น อีกทั้งระหว่างการเขียนไดอารี่นั้นยังถือเป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดี ที่สุดด้วย ส่วนข้อดีสุดเลิศอีกข้อก็คือ ไดอารี่เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะรับฟังเราเสมอและไม่เคยเอาความลับไปบอกต่อไงล่ะ

5. พลังแห่งการสัมผัส
ลองมองหาใครสักคนช่วยโอบกอดหรือสัมผัสเบา ๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าดูสิ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัสเนี่ย จะทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อ "อ๊อกซี่โทชิน" ซึ่งมีผลในการลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ช่วยให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

6. สร้างอารมณ์ขัน
พยายามมองหาเพื่อนที่มีอารมณ์ขันช่วยกระตุ้นจิตใจที่แสนห่อเหี่ยวให้หัวเราะได้อีกครั้ง เพราะคนที่หัวเราะง่ายจะมีสุขภาพจิตที่ดี เนื่องจากการหัวเราะจะช่วยลดความดันโลหิตและระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลง (ฮอร์โมนคอร์ติซอล = ฮอร์โมนแสดงความเหนื่อยล้าในกระแสเลือด) แถมยังช่วยเสริมสร้างระดับของ "อิมโมโนโกลบูลินเอ" ซึ่งเป็นสารแอนตี้บอดี้ที่สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกด้วยนะ เพราะฉะนั้นหัวเราะเข้าไว้ แล้วจะดีเอง

7. สูดกลิ่นหอม
รู้หรือเปล่าว่า...กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์มีผลในการช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียด ๆ ก็ลองสูดกลิ่นหอมของดอกไม้สิ อย่างกลิ่นกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์ หรือจะหยดน้ำมันหอมระเหยในน้ำอุ่นกำลังดี แล้วนอนแช่ตัวให้เพลินสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ กลิ่นหอมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างบอกไม่ถูกเชียวล่ะ

8. ไปตากอากาศ
หาเวลาหลบไปสูดอากาศบริสุทธิ์กับชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสักพัก สิ หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ปล่อยสมองให้ว่างที่สุด แล้วก็นอนให้มากที่สุดเท่าที่อยากจะนอน เพราะบางทีความรู้สึกเหนื่อยล้าและหดหู่แบบไม่ทราบสาเหตุเนี่ยมันมาจาก ชีวิตที่ยุ่งเหยิงจนเกินไป เพราะฉะนั้นหลบไปนอนตากน้ำค้างดูดาวเสียบ้าง หัวใจจะได้ชาร์จพลังได้ดีขึ้น

9. หาสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน
ลองหาสัตว์เลี้ยงสักตัวมาเป็นเพื่อนเล่นก็ไม่ เลวนะ เพราะการให้เวลากับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด คุยเล่น หยอกล้อกับมันเสียบ้าง จะช่วยให้จิตใจอันแสนจะฟุ้งซ่าน สงบลงได้ แถมรู้จักการให้และมองโลกในแง่ดีมากขึ้นอีกต่างหาก ที่สำคัญยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยนะ

10. จินตนาการแสนสุข
อีกทางเลือกสำหรับการบรรเทาความหดหู่ในส่วนลึก เป็นการดึงตัวเองออกจากโลกปัจจุบัน ทำได้โดยหลับตาแล้วหายใจลึก ๆ จากนั้นก็สร้างจินตนาการถึงความฝันที่วาดหวังเอาไว้ หรือแม้แต่ความหลังอันแสนสุขที่เคยมีการดึงความสุขจากจินตนาการมาใช้จะ ทำ ให้เกิดพลังสร้างสรรค์ในหัวใจ และยังช่วยสลายความเครียดข้างในได้เป็นอย่างดี ทำแบบนี้เงียบ ๆ สัก 5 นาที รับรองรู้สึกดีแบบทันตาเห็น



ขอขอบคุณ http://www.saranair.com

เฮ้อ

Cryปวดท้อง อ่ะ  โอ๊ย   อะไรเนี่ย   2 เดือนแหละ   ไดอารี่  ดีใจจัง  พึ่งนึกออก  ช่วงนี้ก็สอบไฟนอลเสร็จแล้วติวแบรนด์อย่างเดียวช่วงนี้

ใกล้วาเลนไทน์

จะสอบแล้ว อีกไม่กี่วันนี้สำหรับปลายภาค เฮ้อ นะ วาเลนไทน์ปีนี้สงสัยจะกลายเป็วันๆหนึ่งแน่อ่ะ เพราะวันนี้ก็สอบ เหอะ

ปลื้ม

เจอ คนหน้าเหมือน เค้ก ต้องเป็นปลื้มทุกที แต่คนหล่ะคนกัน คือ รู้ว่าชื่อ J แต่ก็นะ
ต่อมา
ได้อ่านเรื่องราวของได ที่มีภาพสวยๆเกิดขึ้นน
เห็นความรักของคนคู่หนึ่งที่รักกันประทับใจเรื่องของคนอื่น
เพราะของตัวเองไม่มี
เข้าสู้ปัจจุบัน
13 นี้ก็สอบแล้ว
ก็ตื่นเต้นจัง
สอบบ่อยๆน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ตื่น สนามสอบใหญ๋ เมื่อยหว่ะ ปวดท้อง ไปหล่ะ

เรื่องดี ดี มีมาแบ่งปัน

หวงและห่วง

"หวง" คือ การทำให้ตัวคุณเองมีความสุข

"ห่วง" คือ การทำให้คนที่คุณรักมีความสุข

"หวง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยกาย

"ห่วง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยใจ

"หวง" คือ การเห็นแก่ตัว

"ห่วง" คือ การเสียสละ

"หวง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของคุณ

"ห่วง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของเขา

"หวง" คือ ประโยคคำสั่ง

"ห่วง" คือ ประโยคขอร้อง

"หวง" คือ คุณรักเขาและต้องการให้เขารักคุณ

"ห่วง" คือ คุณรักเขาแต่ไม่ต้องการให้เขารักคุณ

"หวง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความทุกข์ใจ

"ห่วง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความสุขใจ

"หวง" คือ การทำสิ่งที่ไร้สาระเพื่อให้เขาต้องอยู่กับคุณ

"ห่วง" คือ การทำสิ่งมีสาระที่ไม่ต้องการให้เขาอยู่กับคุณ

"หวง" คือ การออกไปเต้นแร้งเต้นกา

"ห่วง" คือ การอยู่เฉยๆ นั่งมองเพียงเงียบๆ

"หวง" คือ การบังคับขู่เข็ญโดยเขาไม่เต็มใจ

"ห่วง" คือ การปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาพอใจ

"หวง" คือ ความรักที่จอมปลอม

"ห่วง" คือ ความรักแ ท้จริง

และ............

"หวง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขารักคุณ

"ห่วง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขาไม่รักคุณ

จาก http://tanti.exteen.com

ชีวิตเด็กม.ปลายนั้นลำบาก
แสนเหนื่อยยากกลายเป็นซากน่าสมเพช
เจอฟิสิกส์ทรมานเหมือนเป็นเอดส์ (ไม่เคยเป็นหรอก)
แสนปวดเนตรปวดพระheadปวดบาทา

คิดถึงเลขฟังก์ชั่นภาคตัดกรวย
เลขสวยสวยมอดม้วยจะตายหนา
เหลือแต่ x เหลือแต่ y ไม่มีค่า
แล้วจะหาคำตอบยังไงดี

วันนั้นสอบเคมีแสนอนาถ
เลขลงตัวประสาทอะไรนี่
หาไม่ได้ตัดไม่ได้วายชีวี
เมื่อไม่มีคาสิโอแสนปวดใจ

อนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง
จอพระพุทธฯเราก็เดี้ยงไปไหนไหน
สี่สิบข้อครึ่งชั่วโมงแสนบรรลัย
จะอยู่ทำทำไมเปลืองเวลา

ทั้งมะเร็งโรคหัวใจแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)
เบาหวานเกิดฮอร์โมนเพิ่มน่าสงสาร
โรคข้อเสื่อมความดันตามรุกราน (Rheumatic Heart Disease)
ปวดกบาลเขาก็งอกเหมือนกระบือ

เกลียดคนม่อคนหลายใจคนเจ้าชู้
ดู ดู๊ ดู อิเหนาข้อสอบอื้อ
ออกจากห้องเห็นหน้าเพื่อนเหมือนกระสือ
อีซื้อบื้อกะอีแค่สะกดคำ (หึ! กะอีแค่เหรอ!!!)

"ไอเลิฟยูจริงจริงไม่กลิ้งกรอก"
ฮิตเลอร์บอกเลนินน่าขมขำ
แต่ใจจริงจูบมุโส(ลินี)เป็นประจำ
เหมือนผีอำเก็บไปฝันกันทั้งคืน (กรี๊ด! ฮิตเลอร์เป็น...)

อังกฤษหลักอังกฤษเสริมทำเราบ้า
คะแนนสอบออกมาแดงเป็นปื้น
gerundsบ้าคำศัพท์บอทนกล้ำกลืน
สอบเสร็จยืนเหงื่อตกจะเป็นลม

Computerตอนเรียนสนุกสนาน
แต่หัวบานเจอข้อสอบเหมือนยาขม
โดนครูเหยียบครูย่ำคะแนนจม (กดคะแนนไง)
แสนระทมเจ็บใจใครช่วยที

ทั้งยีนเด่นยีนด้อยเริ่มปรากฏ
คะแนนสดชีวฯเร็วจริงนี่
ยังไม่ทานแปะประจาน อึ๋ย แหวะ ยี๊ -_-'
ทั้งชีวีแทบมลายกลายเป็นควัน

อาขยานนี้อ่านแล้วอย่าคิดมาก
อย่าถือสาคนบ้านะครับท่าน
มันคันไม้คันมืออยากแต่งกัน
ชีวิตรันทดจริงจริงเด็กม.ปลาย
คำคมจากโน้ต-อุดม
คำคมจาก โน๊ตอุดม
"ความเงียบ..."
มันอยู่ในลิฟท์ ขณะเราขึ้นไปกับคนแปลกหน้า
มันอยู่ในรถ 2 แถว หลังจากเราสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามไป 2-3 ครั้งแล้ว
มันอยู่ในโรงหนัง ก่อนหนังตัวอย่างจะมา
มันอยู่ใต้ท้องทะเล ขณะเราดำน้ำ
มันอยู่ในห้องสมุด
มันอยู่หลังเสียงแก้วแตก
มันอยู่ในห้องเรียน หลังจากครูถามว่า มีใครสงสัยอะไรมั๊ย
มันอยู่ในบ้าน ตอนเราเดินปิดไฟทีละดวง ทีละดวง ก่อนเข้านอน
มันอยู่ระหว่างคน 2 คนที่ไม่เข้าใจกัน

"ความรัก...คล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละชั้น
ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีน้ำตา
วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่เรา"

"กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ เข้าไปแรก ๆ จะรู้สึกได้กลิ่น
อยู่ในนั้นไปนาน ๆ จะเคยชิน จนลืมไปว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่ ความรักเหมือนรถเมล์
สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ
บ้างที่มาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้าย
แน่นก็ต้องขึ้น"

"ถ้าเรารักใครสักคน เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง
เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน"





18 นิยามความรักและชีวิต

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง
2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ
5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด
6. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป... แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา
7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง
8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ
9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"
10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส
12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข
14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา
16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก
17. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจากความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...
www.watpon.com


คลายเครียด 10 วิธี

1. ฟังเพลง หามุมสงบ
นั่งปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบา ๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น..เสียงน้ำตก..เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ เชียวล่ะ

2. ฉายเดี่ยวดูภาพยนตร์
ขอแนะนำให้ฉายเดี่ยวแล้วตีตั๋วดูหนังดีๆ สักรอบ เพราะการไปดูหนังเนี่ยเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้ ล่องลอยอย่างเป็นอิสระไม่จมอยู่กับปัญหา แถมระบายความอัดอั้นตันใจได้อย่างเห็นผล แต่ต้องถามตัวเองก่อนนะว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ถ้าอยากร้องไห้ก็ไปดูหนังรักเศร้าเคล้าน้ำตาแล้วก็ร้องไห้ออกมาซะให้พอ หรือถ้าเครียดจัดก็จงไปดูหนังตลกแล้วหัวเราะให้หลุดโลกไปเลย

3. โทรหาเพื่อนรู้ใจ
อย่าคิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาทุกปัญหาได้ดีไปซะหมด หัวใจสาวมั่นแม้จะแกร่งเพียงใดก็ยังต้องการที่พึ่งพิงเสมอ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสันคนแล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ เพราะการมีคนรับฟังและให้คำปรึกษา จะทำให้ชีวิตที่เอียงกะเท่เร่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า ไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลกไงล่ะ

4. เขียนไดอารี่
การเขียนไดอารี่เปรียบเสมือนการเปิดประตูอารมณ์ที่ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ได้ไหลลงสู่หน้ากระดาษอย่างเป็นอิสระและเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะการถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขื้น อีกทั้งระหว่างการเขียนไดอารี่นั้นยังถือเป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดี ที่สุดด้วย ส่วนข้อดีสุดเลิศอีกข้อก็คือ ไดอารี่เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะรับฟังเราเสมอและไม่เคยเอาความลับไปบอกต่อไงล่ะ

5. พลังแห่งการสัมผัส
ลองมองหาใครสักคนช่วยโอบกอดหรือสัมผัสเบา ๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าดูสิ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัสเนี่ย จะทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อ "อ๊อกซี่โทชิน" ซึ่งมีผลในการลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ช่วยให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

6. สร้างอารมณ์ขัน
พยายามมองหาเพื่อนที่มีอารมณ์ขันช่วยกระตุ้นจิตใจที่แสนห่อเหี่ยวให้หัวเราะได้อีกครั้ง เพราะคนที่หัวเราะง่ายจะมีสุขภาพจิตที่ดี เนื่องจากการหัวเราะจะช่วยลดความดันโลหิตและระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลง (ฮอร์โมนคอร์ติซอล = ฮอร์โมนแสดงความเหนื่อยล้าในกระแสเลือด) แถมยังช่วยเสริมสร้างระดับของ "อิมโมโนโกลบูลินเอ" ซึ่งเป็นสารแอนตี้บอดี้ที่สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกด้วยนะ เพราะฉะนั้นหัวเราะเข้าไว้ แล้วจะดีเอง

7. สูดกลิ่นหอม
รู้หรือเปล่าว่า...กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์มีผลในการช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียด ๆ ก็ลองสูดกลิ่นหอมของดอกไม้สิ อย่างกลิ่นกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์ หรือจะหยดน้ำมันหอมระเหยในน้ำอุ่นกำลังดี แล้วนอนแช่ตัวให้เพลินสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ กลิ่นหอมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างบอกไม่ถูกเชียวล่ะ

8. ไปตากอากาศ
หาเวลาหลบไปสูดอากาศบริสุทธิ์กับชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสักพัก สิ หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ปล่อยสมองให้ว่างที่สุด แล้วก็นอนให้มากที่สุดเท่าที่อยากจะนอน เพราะบางทีความรู้สึกเหนื่อยล้าและหดหู่แบบไม่ทราบสาเหตุเนี่ยมันมาจาก ชีวิตที่ยุ่งเหยิงจนเกินไป เพราะฉะนั้นหลบไปนอนตากน้ำค้างดูดาวเสียบ้าง หัวใจจะได้ชาร์จพลังได้ดีขึ้น

9. หาสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน
ลองหาสัตว์เลี้ยงสักตัวมาเป็นเพื่อนเล่นก็ไม่ เลวนะ เพราะการให้เวลากับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด คุยเล่น หยอกล้อกับมันเสียบ้าง จะช่วยให้จิตใจอันแสนจะฟุ้งซ่าน สงบลงได้ แถมรู้จักการให้และมองโลกในแง่ดีมากขึ้นอีกต่างหาก ที่สำคัญยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยนะ

10. จินตนาการแสนสุข
อีกทางเลือกสำหรับการบรรเทาความหดหู่ในส่วนลึก เป็นการดึงตัวเองออกจากโลกปัจจุบัน ทำได้โดยหลับตาแล้วหายใจลึก ๆ จากนั้นก็สร้างจินตนาการถึงความฝันที่วาดหวังเอาไว้ หรือแม้แต่ความหลังอันแสนสุขที่เคยมีการดึงความสุขจากจินตนาการมาใช้จะ ทำ ให้เกิดพลังสร้างสรรค์ในหัวใจ และยังช่วยสลายความเครียดข้างในได้เป็นอย่างดี ทำแบบนี้เงียบ ๆ สัก 5 นาที รับรองรู้สึกดีแบบทันตาเห็น



ขอขอบคุณ http://www.saranair.com

alone

เมื่อยไหม
ขึ้นต้นคำถามก็ เมื่อยแหละ เศร้า ช่วงนี้เครียดหนักประมาณว่า O & A -NET ใกล้มาถึงเหอะนะ
มันจบไปแล้วมันผ่านก็พอจะเข้าใจก็มีแค่แผลที่แผลไม่นานก็คงหาย
ก็เหมือนไม่เป็นอะไรก็เหมือนเดิม
แต่จะดีถ้าเทอไม่โทรมา โกรธตัวเองที่รับสาย แค่ 1 นาทีนาทีที่เราพูดกันก็รู้ได้เลยตอนนั้นว่าฉันไม่เคยจะลืมได้เลย ก็ หลอกตัวเองมานานไม่เคยจะรู้เลย หลอกตัวเองมานานนับก็มาแพ้ 1 นาทีที่คุยกับเทอ
เศร้าจังง งี่เง่าอีกแล้ว ไม่รู้อะไร เมื่อยไง มีนั่งนึกถึงนะ ทำไมก็ไม่รู้

flowerfull